beebee's profileMONA15_My WayPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
MONA15_My Way"ดอกหญ้าในศาสนา ดีกว่าดอกฟ้าในสังคม" |
|||||||
|
เพียงเท่านี้..ก้อเพียงพอแล้วแค่เพียงได้ทำอะไรเล็กๆน้อยๆเพื่อเธอ
รอยยิ้ม และความสุขของเธอเท่านั้น ที่ฉันปราถนา
เพียง ณ วันนี้ ได้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้เพื่อเธอ
เธอ...คนที่ดีที่สุดในชีวิต
ไม่ว่าก้าวต่อไปของวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
ฉันไม่กลัว ไม่หวาดหวั่น
ดีใจ ที่ อย่างน้อย
ครั้งหนึ่งในชีวิต
ได้มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อคนดีๆ อย่างเธอ
"สุดที่รักของหัวใจ"
ภรรยาทั้ง4ชายคนหนึ่งมีภรรยาอยู่ 4 คน
ภรรยาคนที่ 1 เป็นคนที่เขารักมากที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอด อยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้
และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร
แวะไปหาบ้างเป็นครั้งคราว ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ
ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลยด้วยซ้ำ ต่อมาชายคนนี้ เป็นโรคร้ายแรง ซึ่งต้องเสียชีวิตในเวลาไม่กี่วัน
เขาจึง ไปร่ำลาภรรยาสุด ที่รักสัก ครั้ง เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1
เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง และถามภรรยาคนที่ 1 ว่า " ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 1 จะทำอย่างไร " ภรรยาคนที่ 1 ตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า " ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน "
คำตอบที่ได้รับ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเจ็บปวดและเสียงใจเป็นอย่างยิ่ง นึกเสียดายว่า เขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย จากนั้นเขาก็ไปหาภรรยาคนที่ 2 ด้วยอาการเศร้าโศก
เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังและถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า " ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 2 จะทำอย่างไร " ภรรยาคนที่ 2 ก็ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่ " เหมือนสายฟ้า ผ่า!! ลงมาซ้ำที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมาเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน เขาเดินคอตก มาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง
และถามภรรยาคนที่ 3 ว่า " ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 3 จะทำอย่างไร " ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง " ทำให้เขาคลายความเศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา ก่อนกลับไปรับโทษ
เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงไปหาภรรยาคนที่ 4 และถามว่า " ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่างไร " ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไปด้วย " แทนที่เขาจะดีใจ กลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก
เพราะ.......มันสายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้เลย แต่ภรรยาคนนี้ ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร
เมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไปด้วย .......... เราทุกคนก็มีภรรยา 4 คนนี้
มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร ลองคิดกันก่อนนะ แล้วค่อยดู เฉลย .... .... .... .... .... .... .... .... .... ทีนี้เรามาดูกัน ว่า ภรรยาคนที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกัน บ้าง
ภรรยาคนที่ 1 เปรียบได้กับ ร่างกายของเรา
เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยสิ่งของทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หาให้ แต่พอเราตาย ร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ท่อนหนึ่งเท่านั้น ภรรยาคนที่ 2 เปรียบได้กับ ทรัพย์
สมบัติ เพราะเวลา เรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา แต่ไปเป็นของคนอื่น ภรรยาคนที่ 3 เปรียบได้กับ พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่ น้อง
เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้ แปลว่าเขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น ภรรยาคนที่ 4 เปรียบได้กับ บุญกับบาป
เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้ มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้นที่จะตามเราไป .................................................................................... การนินทา1.อัลลอฮฺตะอาลา ตรัสว่า : يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اجْتَنِبُوا كَثِيراً مِّنَ الظَّنِّ إِنَّ بَعْضَ الظَّنِّ إِثْمٌ وَلا تَجَسَّسُوا ولاَ يَغْتَب بَّعْضُكُم بَعْضاً أَيُحِبُّ أَحَدُكُمْ أَن يَأْكُلَ لَحْمَ أَخِيهِ مَيْتاً فَكَرِهْتُمُوهُ وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ تَوَّابٌ رَّحِيمٌ ความว่า : “โอ้ ศรัทธาชนทั้งหลาย พวกเจ้าจงทำให้ห่างไกลจากการสงสัย แท้จริงการสงสัยบางอย่างนั้นเป็นบาป และพวกเจ้าอย่าสอดแนม และพวกเจ้าอย่านินทาซึ่งกันและกัน คนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นชอบที่จะกินเนื้อพี่น้องของเขาที่ตายไปแล้วกระนั้นหรือ พวกเจ้าย่อมรังเกียจมัน และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลหุญุรอต : 12) 2.ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า : ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : أَتَدْرُونَ مَا الغِيْبَةُ؟ قالوا : اللهُ وَرَسُوْلُهُ أَعْلَمُ. قَالَ : (( ذِكْرُكَ أَخَاكَ بِمَا يَكْرَهُ )) ؛ قِيْلَ : أَفَرَأَيْتَ إنْ كَانَ فِي أَخِي مَا أقُولُ؟ قال : إنْ كانَ فِيهِ ما تَقُولُ فَقَدِ اغْتَبْتَهُ، وإنْ لَمْ يَكُنْ فيهِ، فَقَدْ بَهَتَّه “พวกท่านรู้ไหมว่าการนินทานั้นคืออะไร?” พวกเขากล่าวว่า : อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์นั้นทราบดียิ่ง ท่านกล่าวว่า : “คือการที่ท่านกล่าวถึงสหายของท่านในสิ่งที่เขาไม่ชอบ” มีคนถามขึ้นมาว่า “แล้วถ้าสิ่งที่ฉันกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงละครับ?” ท่านตอบว่า : “หากว่าเป็นเรื่องจริงแสดงว่าท่านได้นินทาเขาแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงก็เท่ากับว่าท่านใส่ร้ายเขา” บันทึกโดยมุสลิม 3.จากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : لَمّا عُرِجَ بِيْ مَرَرْتُ بِقَوْمٍ لَهُمْ أَظْفَارٌ مِنْ نُحَاسٍ يَخْمِشُونَ وُجُوهَهُمْ وَصُدُورَهُم فَقُلْتُ : مَنْ هَؤُلاء يا جِبْريل؟ قال : هؤلاء الذِينَ يأْكُلُونَ لُحُومَ الناسَ، ويَقَعُونَ في أعْراضِهِمْ “เมื่อครั้งที่ฉันถูกนำขึ้นไปบนฟากฟ้า ฉันได้เดินผ่านคนกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังกรีดกรายใบหน้าและอกของตัวเอง โดยที่เล็บของพวกเขาเป็นทองแดง ฉันจึงถามว่า : คนเหล่านั้นคือใครหรือท่านญิบรีล? ญิบรีลตอบว่า : พวกเขาคือคนที่กินเนื้อมนุษย์ (นินทา) และพูดถึงเรื่องของคนอื่นอย่างเสียๆหายๆ” บันทึกโดยอบูดาวุด และอะหฺมัด ความหมายของการนินทา อัตตะฮานะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้ให้นิยามของการนินทาไว้ว่า : “คือการที่ท่านกล่าวถึงสหายของท่านในสิ่งที่หากเขารู้เขาจะไม่ชอบ ไม่ว่าท่านจะกล่าวถึงข้อบกพร่องของเขาในด้านร่างกายของเขา เสื้อผ้าการแต่งตัว นิสัยใจคอ การกระทำ คำพูด บุตรหลาน บ้านช่อง หรือยานพาหนะของเขา นอกจากนี้การนินทายังอาจจะกระทำ ได้ด้วยท่าทาง การชี้ หรือการแสดงออก” [กัชชาฟ อิศฏิลาหาต อัลฟุนูน 3/1091] สาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการนินทา 1- สนองความรู้สึกสะใจที่ได้กล่าวถึงเรื่องไม่ดีของผู้ถูกนินทา 2- เกรงใจเพื่อนร่วมวงสนทนา จึงต้องร่วมนินทาเออออไปกับเขาด้วย จะได้ ‘เข้าสังคม’ ได้ 3- ผู้นินทามองผู้อื่นในแง่ร้าย 4- ผู้นินทาต้องการปัดเรื่องไม่ดีออกจากตัวเอง จึงกล่าวหาผู้อื่นแทน 5- ต้องการยกระดับตัวเองให้สูงเด่น จึงพยายามดิสเครดิตผู้อื่นเพื่อไม่ให้เขาเด่นกว่า 6- ความอิจฉาริษยา เมื่อเห็นผู้อื่นได้รับการชื่นชมยกย่อง หรือถูกกล่าวขานในทางที่ดี 7- ต้องการดูถูกหรือล้อเลียนผู้อื่น [ดู อิหยาอ์ หน้า 155-156] รับไปเลยชุดบริการพิเศษฟรีจาก Window Live services! วินโดว์ไลฟ์ อัจฉริยะนักโทษ>>ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไอดาโออย่างเดียวดาย >>เขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่งแต่มันเป็นงานที่หนักมาก >>ลูกชายคนเดียวที่เคยช่วย>ต้องโทษติดคุก >>ชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์ >>>ลูกรัก>พ่อรู้สึกแย่มากเพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม่ได้ในปีนี้ พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน >>ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้>>รัก>>จาก พ่อ >>>>หลังจากนั้น 2-3 วัน ชายชราได้รับ จ.ม.>จากลูกชาย >>>พ่อครับ>>เพื่อเห็นแก่พระเจ้า>พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !!>>>รัก>จากลูก >>>>>ตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ และตำรวจท้องที่>แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลย จนท. ขอโทษ>ชายชราและจากไป>>>>วันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม.>อีกฉบับจากลูกชาย >>พ่อครับ>>ตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย>ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับ ในสถานการณ์เช่นนี้>>>รัก>จากลูก สะเปสเป็นไรมะรุ้ทำไมสะเปสมันกลายเปงแบบนี้ อะ |
||||||
|
|